ภัยร้าย โรคหัด หนึ่งในโรคที่พบมากในเด็ก

ภัยร้าย โรคหัด นั้น จัดอยู่ในโรคติดเชื้อในระบบหายใจ เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสประเภทพารามิคโซไวรัส แพร่เชื้อทางอากาศ และรับเชื้อได้จากการสูดดม รวมทั้งสัมผัสสารคัดหลั่งผู้ป่วย เมื่อเชื้อไวรัสเข้ามาสู่ระบบหายใจ มันจะค่อย ๆ กระจายไปตามร่างกาย เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อจะพบว่ามีผื่นขึ้นตามตัว และมีไข้เหมือนป่วยด้วยไข้หวัดทั่วไป

ต้องกล่าวไว้ตรงนี้เลยว่า ภัยร้าย โรคหัด นั้นเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นมากในเด็ก ๆ และสามารถทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ก็สามารถเสี่ยงเสียชีวิตได้เช่นกัน  WHO รายงานการเสียชีวิตด้วยโรคหัดจากทั่วโลกคิดเป็นรายชั่วโมง คือ 15 รายต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และอายุของผู้เสียชีวิตพบว่าส่วนมากน้อยกว่า 5 ปี

การปกป้องคุ้มครองให้ห่างไกลจากโรคหัด

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร หรือจะนำของกินเข้าปาก
  2. ฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นวัคซีนที่คอลบคลุมในหลาย ๆ โรค ไม่ว่าจะเป็น โรคหัด คางทูม แล้วก็โรคหัดเยอรมัน ซึ่งจำต้องฉีดวัคซีนให้กับเด็กทุกคน โดยเข็มแรกในผู้ที่อายุ 9-12 เดือน แล้วก็ให้ฉีดกระตุ้นอีกรอบเมื่ออายุ 2 ปี ผู้ปกครองสามารถพาลูกไปติดต่อขอรับวัคซีนได้ตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน
  3. เด็กโต หรือคนแก่ที่ไม่มีภูมิต้านทานโรคหัด สามารถเข้ารับการฉีดยาได้ 2 ครั้งเช่นเดียวกัน โดยเมื่อฉีดเข็มแรกแล้ว เข็มที่สองให้ฉีดห่างกันอย่างต่ำ 28 วัน
  4. ผู้ป่วยด้วยโรคนี้ที่เริ่มมีผื่นขึ้น ไม่ควรออกไปนอกบ้าน ไม่ไปสถานศึกษาหรือพบปะสนทนาผู้คน ในพื้นที่สาธารณะเป็นเวลา 4 วัน ภายหลังจากผื่นเริ่มปรากฏ แต่แนะนำว่าให้หายดีก่อนจะดีกว่า เพื่อลดโอกาสการกระจายเชื้อไปยังผู้คนรอบตัว 

ถ้าเด็กแรกคลอด มีอาการป่วยเป็นวัณโรค โรคมะเร็ง หรือโรคอื่น ๆ ที่ ทำให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ ได้รับเชื้อไวรัสโรคหัด ควรจะรีบไปพบหมอ เพื่อรับการักษาโดยทันที คำเตือน ไม่สมควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ที่ติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสดังกล่าวข้างต้นกินยาแอสไพรินเพื่อลดไข้ เพราะเหตุว่าเด็กอาจจะมีการเกิดลักษณะของการแพ้ยาที่เรียกว่าอาการ Reye’s Syndrome ซึ่งทำให้ตับและก็สมองบวม ด้วยเหตุผลดังกล่าวควรจะเฝ้าระวังอาการพื้นฐานไว้ให้ดี ๆ

การรักษาโรคหัดในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษากับโรคหัดโดยตรง หากเริ่มแรกที่เริ่มมีอาการไข้ ผู้ปกครองควรดูแลเบื้องต้นด้วยการให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำ และให้ผู้ป่วยนอนพักผ่อนมาก ๆ เช็ดตัวและเช็ดรอบ ๆ ตา ทานยาลดไข้ หากมีอาการไอก็สามารถทานยาแก้ไอได้ แต่หากรู้สึกว่าไข้ไม่ลด ไอหนักขึ้น เสมหะเริ่มเขียว มีอาการหอบ ควรนำไปสถานพยาบาล เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยออนไลน์ยังไง