bookmark_borderอาการเจ็บตาเกิดจากสาเหตุอะไร

อาการเจ็บตาเกิดมาจากสาเหตุอะไร

เราเชื่อว่าเดี่ยวนี้มีคนหลายคนนั้นก็เกิดอาการที่เคืองตาปวด บวม เกิดจากสิ่งที่เรานั้นแพ้  หรือว่าบางคนนั้นไม่มีอาการปวด เจ็บ แต่ว่าบวม ซึ่งอาการเหล่านี้ปล่อยเอาไว้ทำให้เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอนเพราะว่าบางครั้งเรานั้นก็ใช้ตาในการทำงานค่อนข้างเยอะอย่างมากเลยต้องใช้ตาเป็นส่วนใหญ่บางคนนั้นก็ต้องทำงานเกี่ยวกับคอมต้องใช้ตานั้นจ้องอยู่ที่คอมเป็นอย่างมากเลยทำให้ตาเรานั้นล้าได้และแห้งด้วยบางคนนั้นก็ไปซื้อยาหยอดตาแบบว่าเป็นน้ำตาเทียมมาเพื่อให้ตาเรานั้นไม่แห้งหรือว่ากินยาอาการที่เรานั้นผิดปกติที่เกิดขึ้นจะหายไปทั้งๆที่แท้จริงแล้วหากขาดการรักษาที่ถูกต้องในระยะยาว  อาจจะทำให้เกิดอาการที่ผิดปกติที่เรานั้นคาดไม่ถึง 

เรามารูจักเกี่ยวเรื่องตากันโรคภูมิแพ้ขึ้นตา  

 เกิดจากที่เรานั้นแพ้และมีอาการที่เรานั้นตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้  โดยมักจะเกิดจากอาการที่อักเสบที่บริเวณเยื่อบุตาขาว ซึ่งทำให้เกิดอาการได้หลายสาเหตุ  

  • แพ้ตามฤดูกาล เป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยที่เดิมในช่วงเวลาที่อาการเรานั้นเปลี่ยน
  • แพ้สารต่างๆ เช่น ฝุ่น  อาหาร เกสรดอกไม้ น้ายาปรับผ้านุ่ม  เครื่องสำอาง ขนสัตว์  
  • แพ้คอนแทคเลนส์  ซึ่งมักจะเจอเม็ดขนาดใหญ่ที่บริเวณเบื่อบุตา  จึงต้องตรวจพื้นผิวเยื่อบุตาอย่างละเอียด 

อาการที่พบคือ  คัน เคืองตา แสบตาตลอด น้ำตาไหล เยื่อบุตานั้นแดง รู้สึกแสบตาอย่างมากเมือเรานั้นออกไปเจอแดด 

ซึ่งการตรวจวินิจฉัยคือ   แพทย์นั้นวินิจฉัยออกมาจากอาการความผิดปกติของผู้ป่วยเป็นสำคัญ  โดยอาการของภูมิแพ้ขึ้นตาและจะรุนแรงอย่างมากหรือว่าน้อยขึ้นกับความรุนแรงของอักเสบในแต่ละครั้ง โดยที่แพทย์หรือหมอนั้นจะพิจารณาจากเยื่อบุตา  หากรุนแรงมากตาจะแดงมากขึ้นนอกจากนี้ยังอาจพบอาการตาแดงเฉพาะที่เยื่อบุตาขาวนั้นอักเสบหรือหากเป็นมากจะมีเม็ดนูนๆไปกดกระจกตาดำทำให้กระจกตาดำเป็นแผลซึ่งรักษาค่อนข้างยากและในบางรายมีการอักเสบลามเข้ามาที่ตาดำซึ่งถือว่ารุนแรงมากเรียกว่ามีกระจกตาอักเสบร่วมด้วย  ส่งผลให้ทำการรักษาได้ยาก และอาจตาบอดได้

รักษาภูมิแพ้ขึ้นตา  วิธีการรักษาภูมิแพ้ขึ้นตาเราต้องบอกหมอสาเหตุที่แน่ชัดเพื่อจะได้เลือกวิธีการรักษาที่ถูกต้อง 

  1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้  ผู้ป่วยจะหลีกเลี่ยงได้ถ้ารู้ว่าตนเองแพ้อะไร  แต่ถ้าไม่รู้จะยาก ในการเลี่ยงและสิ่งที่แพ้บางอย่างก็ยากจะเลี่ยง เช่น  อากาศ ไรฝุ่น 
  2. การรักษาทางจักษุ เพื่อยับยั้งอาการและป้องกันโรคแทรกซ้อน หากมีอาการภูมิแพ้ขึ้นตา  จักษุแพทย์จะให้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการอักเสบโดยแบ่งออก เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 
  • ยาสเตียรอยด์  นั้นก็มีข้อดี คือช่วยลดการอักเสบได้ดีที่สุด 
  • ยาที่ไม่ใช่สเตียรอยด์มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้แต่ไม่เท่ากลุ่มยาสเตียรอยด์ข้อดีคือไม่มีโรคแทรกซ้อนหยอดติดต่อกันได้นาน และทำให้เยื่อบุตาแข็งแรงทนต่อสิ่งที่แพ้ได้มากขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

bookmark_borderออกกำลังกายให้เหมาะสมกับช่วงอายุ วิธีง่ายๆ ที่ไม่ทำร้ายตัวเอง

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็หันมาออกกำลังกายมากขึ้น ไม่ว่าจะวัยไหนก็ควรที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง แถมยังทำให้สมรรถภาพของหัวใจและปอดดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลทำให้อายุยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

เลือกให้ถูกประเภท…สอดคล้องกับอายุ
ใช่ว่าการออกกำลังกายจะสามารถทำได้เหมือนกันหมดทุกช่วงอายุ จริงอยู่ที่การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นประจำเพื่อชะลอความเสื่อมต่างๆ ของร่างกายและส่งเสริมให้ระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ความต่างของอายุและวัยก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ควรออกให้เหมาะสม เราจะพามาดู การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด!

วัยเด็กกำลังโต
สำหรับวัยนี้ควรเน้นความสนุกสนาน และควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยจะเน้นเสริมการเคลื่อนไหวที่ยืดเหยียดเนื่องจากมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ เพราะในวัยนี้ร่างกายยังหลั่งฮอร์โมนเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต (Growth Hormones) ควรการเลือกเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส แบดมินตัน ว่ายน้ำ ฯลฯ เพราะนอกจากจะได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องแคล่ว และฝึกสมาธิได้ดี

วัยรุ่นสร้างตัว
วัยนี้เรียกได้ว่าเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างพื้นฐานร่างกายให้มีความแข็งแรง เพราะมีอัตราการเผาผลาญที่ดี และมีความพร้อมที่จะสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ วัยนี้สามารถเล่นกีฬาได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล แบดมินตัน ว่ายน้ำ บาสเกตบอล ฯลฯ หรือจะเลือกเข้าฟิตเนสเสริมสร้างกล้ามเนื้อก็ได้เช่นกัน

วัยทำงาน วัยกลางคน
ในวัยนี้ร่างกายจะเริ่มมีความเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อและกระดูกเริ่มสึกหรอตามอายุบวกกับเริ่มมีการสะสมของไขมัน เนื่องจากอัตราการเผาผลาญที่ลดลง ดังนั้นควรออกกำลังที่ไม่หนักมาก เช่น ปั่นจักรยาน วิ่งจ๊อกกิ้ง การบริหารยืดเหยียด เช่น การเล่น โยคะ พีลาทิส หรือ Body weight เบาๆ โดยใช้น้ำหนักของร่างกายเพื่อพัฒนาการเผาผลาญของกล้ามเนื้อ และที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะวอร์มอัพร่างกายเพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นหลังออกกำลังกาย

วัยเก๋าแต่หัวใจยังไหว
สำหรับวัยนี้ร่างกายผ่านการทำมายาวนาน จึงต้องรักษาสมดุลให้ร่างกายด้วย ไม่ควรทำกิจกกรรมที่หักโหม ควรใช้ร่างกายในท่าเคลื่อนไหวง่ายๆ และผ่อนคลายแบบสบายๆ เช่น การเดิน รำไทเก็ก เต้นรำ หรือท่าบริหารกล้ามเนื้อง่ายๆ ไม่ควรออกกำลังกายนานเกินไปควรกำหนดระยะเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสมกับที่ร่างกายพอรับไหว ไม่ควรออกกำลังเกิน 30 นาที

เห็นไหมว่าการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับช่วงอายุนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะร่างกายแต่ละช่วงวัยก็ต้องการการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือการบำรุงรักษาที่แตกต่างกัน เลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับอายุ เพื่อยืดอายุของร่างกายให้อยู่กับเราไปนานๆ