bookmark_borderวิธีการดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังให้ใช้ได้นานขึ้น 

อย่างที่หลายคนทราบดีว่าเครื่องช่วยฟังนั้น ต่อให้มีราคาแพงมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถซื้อระยะการใช้งานได้นาน เพราะทำพังหรือหล่นหายไปได้ ซึ่งเรื่องนี้คนที่ใช้งานต้องดูแลรักษาให้ดี วิธีการดูแลนั้นก็ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ และวินัยในการทำซ้ำทุกๆวัน จึงจะเกิดเป็นนิสัย

เริ่มต้นหลังจากที่ได้เครื่องมาแล้วนั้น ควรชาร์ตไฟเรียบร้อย เช็กก่อนว่าเครื่องของเราใช้ถ่านเป็นก้อน หรือว่าใช้เป็นแบตเตอรี่ชาร์ตไฟ ควรอ่านคู่มือให้เข้าใจโดยละเอียด เพื่อป้องกันการตกหล่นขั้นตอนบางอย่างไป แต่ละรุ่นของเครื่องช่วยฟังก็มีระยะเวลาที่แตกต่างกันไปในการชาร์ตแบต แต่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง เนื่องจากเครื่องช่วยฟังมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องชาร์ตทิ้งไว้ข้ามคืน และประเด็นนี้ต้องระวังให้ดี การชาร์ตไฟข้ามคืนของบางรุ่น อาจะทำให้เกิดไฟเกินกำหนด และเครื่องได้รับความเสียหายได้ 

หลังจากศึกษาคู่มือเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นการใช้งาน  เครื่องช่วยฟัง  นั้น ต้องปรับระดับการสวมใส่ให้พอดีกับช่องหูของเราให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการหลุดร่วงระหว่างใช้งาน บางคนหล่นร่วงไปโดยที่ไม่รู้ตัวก็มี ที่สำคัญต้องใส่ไว้ตลอดเวลา กลับถึงบ้านต้องมตำแหน่งการชาร์ตไฟหรือที่เก็บให้เป็นระเบียบ เป็นที่ประจำ ไม่ไปปนกับของใช้อื่นๆในบ้าน และควรเก็บให้พ้นจากระยะที่เด็กเล็กจะเอื้อมถึง 

ในระหว่างที่ใช้งาน พยายามสังเกตให้ดีว่าเครื่องช่วยฟังนั้น เราสามารถได้ยินเสียงได้ชัดเจนหรือไม่ มีปัญหาติดขัดเรื่องอะไรหรือเปล่า เพื่อถ้ามีปัญหาจะได้รีบส่งซ่อมในขณะที่ประกันยังไม่หมดอายุ บางรุ่นของเครื่องช่วยฟังมีระดับการปรับเสียงให้ดังมากน้อยไม่เท่ากัน เราต้องหมั่นเช็กให้เป็นปกติอยู่เสมอ 

เครื่องช่วยฟังไม่ควรเก็บไว้ที่ที่มีอุณหภูมิร้อนจัด หรือเย็นจัด ไว้ในบ้านปกติได้ไม่มีปัญหา อย่าทำตกหล่นน้ำ เพราะระบบข้างในอาจจะช็อตได้ และส่วนใหญ่ประกันจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่เครื่องมีปัญหาจากการประมาทของเราเอง ซึ่งอยากให้ระวังตรงนี้ให้มาก เพราะเครื่องช่วยฟังส่วนใหญ่มีระบบการทำงานที่ใช้ความซับซ้อนประมาณหนึ่ง ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขเครื่อง บางครั้งการอซ่อมเครื่องอาจทำให้เราต้องเสียโอกาสที่จะใช้ชีวิตอย่างสะดวก 

การทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง เพียงใช้ผ้าหรือกระดาษเช็ดเบาๆ ก็ทำให้เครื่องสะอาดขึ้นแล้ว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำซับในจุดที่มีระบบไฟ ถ้าเป็นไปได้ใช้เสร็จแล้วควรเก็บไว้ในกล่องพลาสติก เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปอุดตันในเครื่อง ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิม  

bookmark_borderทำความรู้จักสาเหตุและวิธีการรักษาผู้ป่วยหูตึง

ใครจะไปคิดว่าปัญหาที่ดูเหมือนจะเล็กอย่างอาการหูตึง ได้ยินไม่ชัด จะเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเครียดให้กับคนที่เจอและลามมาถึงคนรอบข้างที่ต้องดูแล ถ้าหากว่าเรารู้จักวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันปัญหานี้ได้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้ปัญหาการได้ยิน เกิดขึ้นได้ช้ามาก บางคนที่อายุมากแล้ว ยังสามารถได้ยินเสียงพูดคุยได้อย่างชัดเจนเลยก็มี 

สาเหตุของอาการหูตึง 

1.มีลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้เสี่ยงสูญเสียการได้ยินมากกว่าคนทั่วไปเมื่อมีอายุมากขึ้นหรือเมื่อได้ยินเสียงที่ดังเกินไป

2.หูชั้นในเสื่อม เนื่องจากอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย

3.มีโรคหรือภาวะเจ็บป่วยที่อาจทำให้หูตึงข้างใดข้างหนึ่งแบบฉับพลัน เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน ติดเชื้อที่หู แก้วหูทะลุ ขี้หูอุดตัน มีถุงน้ำในหู โรคหินปูนเกาะกระดูกหู โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

4.ได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุบริเวณศีรษะ

5.อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง จนอาจทำให้เซลล์ประสาทหูชั้นในได้รับความเสียหาย โดยอาจเกิดขึ้นได้จากการฟังเสียงนั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างการทำงานในสถานที่ก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเสียงเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ หรืออาจเกิดจากการฟังเสียงที่ดังมากเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น เสียงปืน เสียงระเบิด เป็นต้น  

6.ใช้ยาที่อาจส่งผลต่อการทำงานของหูชั้นใน อย่างยาปฏิชีวนะเจนตามัยซินหรือยาเคมีบำบัดบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงแว่วในหูชั่วคราว นอกจากนี้ การรับประทานยาแอสไพริน ยาต้านมาลาเรีย ยาขับปัสสาวะ หรือยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ ในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้สูญเสียการได้ยินชั่วคราวเช่นกัน

วิธีการรักษาผู้ป่วยอาการหูตึง 

  1. เบื้องต้นในผู้ป่วยที่อายุไม่เยอะมาก แพทย์จะใช้วิธีละลายขี้หูที่อุดตันอยู่ให้ออกไปมากที่สุด เพื่อเป็นการเคลียร์ช่องหู แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว จำเป็นต้องมีขี้หูอยู่บ้าง เพื่อป้องกันเศษฝุ่นหรือเชื้อโรคที่จะเข้ามาแทรกในช่องหูได้ ซึ่งวิธีการนี้แพทย์จะเป็นคนประเมิณอาการเอง 
  2. เครื่องช่วยฟัง ในกรณีที่หูตึงในระยะที่ไม่น่าเป็นกังวล แพทย์จะแนะนำให้ใช้ เครื่องช่วยฟัง ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่ไลฟ์สไตล์ ส่วนเรื่องราคาปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีเรทราคาที่หลากหลาย ทั้งถูกและแพง สามารถเลือกตามที่สะดวกได้ 
  3. ผ่าตัด ฝังประสาทหูเทียม ในกรณีที่ต้องผ่าตัดแพทย์จะเป็นคนวินิฉัยเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในเคสที่รักษาด้วยการใช้เครื่องจากภายนอกไม่ได้ผล ต้องผ่าตัดติดเครื่องมือไว้ภายใน หรือในบางเคสที่คนไข้มีอาการติดเชื้อในช่องหู แพทย์ก็จำเป็นต้องผ่าตัดเช่นกัน